วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กำเนิดแมว ... เหมียวของปอ

               เจ้าสามเกลอนี้ มีชื่อว่า มารวย, มาลี, กำไรนับจากด้านซ้ายของรูปคะ แต่เลี้ยงได้ไม่นานปอเรียกว่าเจ้าสามเกลอนี้ว่า “เจ้าอ้วน, มาลี และน้องเล็ก” เพราะชื่อที่ตั้งให้ตั้งแต่แรกมันไม่คุ้นปากเท่าไร
               ก่อนที่ปอจะได้เจ้าสามตัวนี้มาเลี้ยง พ่อและแม่ได้พาญาติ ๆ ที่มาจากต่างจังหวัดไปนั่งกินข้าวร้านอาหารแถวน้ำตกแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ เห็นเจ้าสามเกลอนี้วิ่งเล่นกัน แวะกินน้ำริมลำธาร แล้วเดินมาคลอเคลียพ่อ(พ่อยิ่งเป็นคนชอบแมวอยู่ด้วย)เลยชอบ มันมีตาสีฟ้า ตัวสีขาว เจ้าของร้านเขาบอกว่าถ้าอยากได้ก็เอามันไปเลี้ยงสิ แต่แม่บอกว่า”บ้านเราเลี้ยงอะไรก็ตายหมด เอามันมาเลี้ยง เดี๋ยวมันก็มาโดนยาเบื่อตายอีก” กลับบ้านมา พ่อกับแม่ได้เล่าให้ฟัง ปอก็เกิดอยากได้มันมาเลี้ยงขึ้นมา เลยขอพ่อให้เอามันมาเลี้ยง แต่ก็โดนแม่ห้ามทุกที ปอพูดอยู่หลายวันว่าอยากได้ จะดูแลมันอย่างดี จนแม่ใจอ่อน บอกให้พ่อไปเอามันมา ^^
                     ปอเอาเจ้าสามเกลอนี้มาเลี้ยงตั้งแต่วันที่ 15 เดือนสิงหาคม 2008 จนมาถึงทุกวันนี้ มันกินดีอยู่ดี สมบูรณ์แข็งแรง จนข้างบ้านมาเห็นบอกว่า”โชคดี เจ้าแมวพวกนี้ได้มาอยู่บ้านนี้ นอนหนุนหมอนพร้อมห่มผ้า สบาย ...”
 
          ปอก็คิดว่า “ปอก็โชคดีที่มีเจ้าสามเกลอนี้ในบ้าน มันให้ความสุข ความสนุก มีแต่อารมณ์ดีเพราะมีเรื่องเล่าเจ้าสามเกลอนี้ทุกวัน มันเป็นเพื่อนยามเหงาและเศร้า มันแก้เหงาเวลาปออยู่คนเดียว”

--------------------

สัตว์เลี้ยงทุกตัวทุกชนิด ส่วนใหญ่คุณมักเลือกที่ลักษณะ หน้าตาและสีสันของมัน บางคนนำมาเลี้ยงเพราะความเอ็นดูและสงสาร แต่สัตว์เลี้ยงคุณที่คุณนำมันมา มันไม่เลือกว่าคุณจะสวยหรือคุณจะหล่อ มันไม่สนว่าคุณจะมีฐานะอย่างไร สิ่งที่มันเลือกและสนใจคุณคือความรัก ความห่วงใยที่คุณมีให้ ถ้าคุณรักและห่วงใยมัน มันก็จะรักและพร้อมที่จะอยู่กับคุณ

=^v^=


วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กำเนิดแมว

          ใคร สร้างแมว..ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนแล้วแต่มีตำนานทั้งสิ้น กำเนิดของแมวก็เช่นเดียวกัน ตำนานเทพของกรีกเชื่อต่อ ๆ กันมาว่า อาร์เทมิส (เทพธิดาแห่งดวงจันทร์) เป็นผู้สร้างแมวเพื่อแก้แค้นเทพอพอลโล (น้องชายสุริยะเทพ) ที่สร้างสิงโตมาทำให้นางกลัว นางจึงทำให้แมวเป็นเหมือนสิงโตแต่ทำให้เหมือนกับย่อส่วนลงมาเพื่อจงใจเยาะเย้ยเทพอะพอลโล

ต้ น ต ร ะ กู ล แ ม ว

          นักชีววิทยาค้นพบว่า บรรพบุรุษของแมว ถือกำเนิดขึ้นกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและกินเนื้อเป็นอาหาร เรียกว่า "Miacis" และได้วิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนคล้ายแมวในปัจจุบัน 


- Miacis -

          เมื่อประมาณ  10 ล้านปีก่อน มีสัตว์ลักษณะคล้ายแมวเรียกว่า "Dinistis"  มีขนาดของลำตัวและรูปร่างเท่ากับแมวป่าดูเหมือนพันธุ์ของสุนัข ซึ่งแมวในยุคสมัยหนึ่งล้านปีก่อน ยุคที่มนุษย์เพิ่งจะเกิดขึ้นบนโลก ได้รับวิวัฒนาการมาจาก "Dinistis"  มีฟันเหมือนพวกสุนัขและเสือ แต่ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ต้นตระกูลของแมวแยกมาจากเสือไซบีเรียน ที่มีช่วงลำตัวนับตั้งแต่บริเวณจมูก มาถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร หรือมากกว่า 13 ฟุต ผิวลำตัวบายดอกมีจุดสีน้ำตาลทึบ สำหรับแมวที่มีต้นตระกูลอยู่ในประเทศอินเดียและศรีลังกามีช่วงลำตัวยาว มากกว่า 60 ซ.ม. หรือ 2 ฟุต  
          ในปัจจุบันได้มีการรวบรวมสายพันธุ์แมวไว้ทั้งหมดไว้ถึง 36 ชนิดโดยจัดแมวทั้งหมดไว้ตระกูลเดียวกันกับสิงโตและเสือดาว แต่ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ต้นตระกูลของแมวบ้าน เป็นเพียงสายพันธุ์หนึ่งสัตว์ตระกูลนี้ ต้นตระกูลของแมวบ้านจริง ๆ นั้นและต้นตระกูลของแมวพื้นเมืองต่างๆ สำหรับแมวบ้านที่เราเลี้ยงกันอยู่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับแมวป่าอันเป็นพันธุ์ดั้งเดิมเก่าแก่ของโลก ตามปกติแมวที่เรานำมาเลี้ยงในบ้านมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติที่ได้จาก การผสมพันธุ์พัฒนามาจากแมวป่าแอฟริกากับแมวป่าแถบยุโรป 
             
ต่อมาก็ถึงยุคอียิปต์โบราณ ยุคนี้เป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของแมว เมื่อประมาณ 4000 กว่าปีก่อนพวกชาวนาได้นำแมวป่า หรือเรียกได้ว่าเป็นแมวพื้นเมืองของอียิปต์ มาฝึกให้เชื่องเพื่อใช้จับหนูในโรงนา คงจะเป็นเพราะหนูในโรงนาหมดไป ทำให้ผลิตผลและพืชพันธุ์เสียหายน้อยลงประชาชนก็มีอาหารอุดมสมบูรณ์และไม่มีโรคที่เกิดเนื่องมาจากหนู  ชาวอียิปต์โบราณจึงนับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าและเริ่มนับถือเทพเจ้าองค์หนึ่งคือ "เทพีบาสต์" (ตัวเป็นคนแต่หัวเป็นแมว) เป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์และมีถิ่นอยู่ที่เมืองบูบาสติส นอกจากจะใช้แมวจับหนูในโรงนาแล้ว ยังใช้จับหนูบนเรือสินค้าด้วย ตรงจุดนี้เลยเกิดความเชื่อว่าเมื่อเรือเทียบท่าแมวก็ลงจากเรือแต่ไม่ได้กลับขึ้นเรือ จึงทำให้แมวแพร่พันธุ์ไปทั่วโลกในความจริงแล้วแมวมีอยู่ทุกทวีป ชาวอียิปต์โบราณนี้นับถือแมวมาก ขนาดแมวในบ้านตายถึงกับต้องนำไปทำมัมมี่ (มัมมี่มนุษย์นั้นจะทำก็ต่อเมื่อเป็นศพของพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่และกษัตริย์เท่านั้น) หาดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ  และถึงคราวที่อียิปต์โบราณล่มสลาย ในเมื่อแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของชาวอียิปต์โบราณชาวอียิปต์โบราณมีกฎว่าผู้ใด ฆ่าแมวก็จะต้องถูกลงโทษสถานหนักพวกที่ต้องการยึดครองอาณาจักรอียิปต์จึงใช้วิธีชั่วร้าย อุ้มแมวไปรบด้วย ทหารอียิปต์จึงไม่อาจสู้ได้ แต่ถึงอียิปต์โบราณจะล่มสลายไป ชาวอียิปต์ในสมัยนั้นก็ยังนับถือบูชาแมวเหมือนเดิม สมัยนั้นโรมันปกครองอียิปต์ ใครฆ่าแมวยังถูกพวกอียิปต์ลงโทษประหารเลย 

 
- มัมมี่แมว -   

          หลังจากอียิปต์โบราณล่มสลายไปแล้ว เริ่มเข้าสู่ยุคกลาง ในยุโรปมีความเชื่อเรื่องแม่มดและความชั่วร้ายต่าง ๆ ชาวยุโรปในยุคนี้กล่าวหาว่าแมว(ดำ) เป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด  ดังนั้นใครเลี้ยงแมวผู้นั้นจะถูกประณามว่าเป็นแม่มดร้าย  พวกนี้มักโดนเผาเป็นเป็นทั้งแมวทั้งคน ในที่สุดความเชื่อเหล่านี้ทำให้แมวในยุโรปลดน้อยลงไป....เมื่อไม่มีแมวสิ่งที่เกิด ตามมาก็คือกองทัพหนูไงล่ะ กาฬโรคก็เลยระบาดหนักในแถบยุโรปยุคนั้น 

- แมวกวัก -

            ในยุคใกล้ ๆ กันนี้ ในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นและจีน เริ่มเลี้ยงแมวมากขึ้นจากเดิมที่เคยเลี้ยงอยู่แล้ว และที่ญี่ปุ่นก็ยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์นำโชค จะเห็นได้จาก "แมวกวัก" ที่ใช้กันทั่วไปตามร้านค้า จะใช้กวักลูกค้าหรือกวักเงินก็แล้วแต่ท่าทางของแมวกวักตัวนั้น ๆ  และจีนก็เชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชคเช่นกัน ความเชื่อบางอย่างในประเทศไทยก็มี เช่น หากเห็นแมวล้างหน้า ว่ากันว่า วันนั้นฝนจะตก

- แมววิเชียรมาศ -


             ประเทศไทยก็นิยมเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว แมวไทยคู่แรกได้ออกสู่สายตาชาวโลกเมื่อปี พ.ศ. 2427 เป็นแมววิเชียรมาศแต้มสีครั่ง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงพระราชทานให้กับกงศุลอังกฤษประจำกรุงเทพมหานคร ขณะนั้นคือ Mr.Owen Gould และได้นำไปให้แก่น้องสาวที่อังกฤษอีกทอดหนึ่ง แต่หลังจากนั้น เมื่อปีพ.ศ.2428 แมวไทยคู่นี้แหละได้เข้าประกวดที่ประเทศอังกฤษ ในงาน The Crystal Palace และได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดอีกด้วยจากการประกวดครั้งนี้เองที่เป็น จุดเริ่มต้นให้ชาวอังกฤษ นิยมหันมาเลี้ยงแมวไทยกันมากขึ้น จนได้จัดตั้ง The Siamese Cat Clubs ในปี พ.ศ 2443 และ The Siamese Cat Society of the Brithish Empire ในปี พ.ศ. 2471 จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้แมวไทยคู่นี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่ว อังกฤษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงเห็นว่าแมวไทยสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักแก่ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก จึงได้พระราชทานแมวไทยให้กับหลาย ๆ ประเทศ จนแมวไทยและประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงไปทั่วโลกนั่นเอง คนไทยเลี้ยงไว้เพื่อใช้จับหนูเหมือนกับชาวอียิปต์ และคนไทยก็ยังนับถือแมวอยู่เหมือนกัน เพราะยังมีคำพูดที่ว่า "หากใครฆ่าแมว 1 ตัว เท่ากับฆ่าเณร 1 องค์"

 =^v^=


ที่มา : http://www.kapank.com